ชุมชนคนขายรถ MatchingCar™ Community ซื้อ-ขายกันแบบอารมณ์ดี
 

Custom Search

Go Back   ชุมชนคนขายรถ MatchingCar™ Community ซื้อ-ขายกันแบบอารมณ์ดี > รถใหม่ป้ายแดง New Cars > ข่าวแวดวงรถยนต์-ข้อมูลรถใหม่


กดเพื่อโพสต์ตอบหัวข้อนี้
 
เครื่องมือจัดการหัวข้อ การแสดงข้อความ
Old 28-07-10, 11:54   #1
News เพศหญิง
Editor
 
News's Avatar
RMLสิ!! แน่นอน!!!...
 
สมาชิกตั้งแต่: Dec 2008
ข้อความ: 9,602
News is on a distinguished road
RSSred บีเอ็มฯX1 sDrive20d เร้าใจ เร้าอารมณ์

จุดเด่นของบีเอ็มฯ X1 ก็คือ การผนวกรวมคุณสมบัติที่โดดเด่นของรถยนต์อเนกประสงค์ ไม่ว่าจะเป็น ความบึกบึน ความสูงใต้ท้องรถ และตำแหน่งนั่งขับที่สูงกว่าปกติ

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม...


ยานยนต์ » ทดลองขับ
บีเอ็มฯX1 sDrive20d เร้าใจ เร้าอารมณ์
  • 28 กรกฎาคม 2553 เวลา 11:36 น.
จุดเด่นของบีเอ็มฯ X1 ก็คือ การผนวกรวมคุณสมบัติที่โดดเด่นของรถยนต์อเนกประสงค์ ไม่ว่าจะเป็น ความบึกบึน ความสูงใต้ท้องรถ และตำแหน่งนั่งขับที่สูงกว่าปกติ
โดย...นิธิ ท้วมประถม


ต้องยอมรับครับว่า การตลาดของบริษัท บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ภายใต้การทำงานของ มิคาเอล คอร์ดิส ที่นั่งตำแหน่งประธานอยู่นั้นค่อนข้างจะหวือหวาไม่น้อยทีเดียว และเป็นการทำตลาดที่ผมค่อนข้างจะชอบเสียด้วย คือกล้าที่จะนำรถยนต์รุ่นใหม่ๆ มาเปิดตัวในตลาดประเทศไทย แม้ว่ารถรุ่นนั้นจะไม่ได้สร้างยอดขายอย่างถล่มทลาย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ การแสดงให้เห็นเทคโนโลยีใหม่ของบีเอ็มฯ รวมถึงการเปิดโอกาสให้ลูกค้าบีเอ็มฯ ได้สัมผัสกับรถยนต์รุ่นใหม่ๆ แทนที่จะต้องรอแต่รุ่นที่ประกอบในประเทศเพียงอย่างเดียว

ล่าสุด บีเอ็มฯ ประเทศไทย ได้นำเข้า บีเอ็มฯ X1 รถยนต์ครอสโอเวอร์ ขนาดเล็กเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย เพื่อเสริมไลน์สินค้าบีเอ็มฯ ให้ครอบคลุมในทุกความต้องการของลูกค้า
บีเอ็มฯ X1 คือ รถยนต์ในรูปลักษณ์ครอสโอเวอร์รุ่นเล็กที่สุดของบีเอ็มดับเบิลยู หรือหากพูดให้ง่ายๆ แบบเห็นภาพก็คือรถยนต์นั่งที่ยกสูงนิดๆ ทำให้เหมือนกับเป็นรถขับเคลื่อน 4 ล้อ แต่จริงๆ แล้วขับเคลื่อน 2 ล้อหลัง นั่นแหละครับ คือเป็นรถเล็กที่สามารถนำไปขับในเส้นทางสมบุกสมบันได้ด้วย



รูปร่างหน้าตาของ X1 นั้น แทบจะเหมือนกับบีเอ็มฯ ซีรีส์ 1 รถรุ่นที่เล็กที่สุดของบีเอ็มฯ ก็ว่าได้ครับ เพียงแต่ว่าดูแมนและบึกบึนมากกว่าซีรีส์ 1 ไม่น้อย แต่ดูแบบผ่านๆ เหมือนกับรถ 5 ประตู แบบแฮตช์แบ็กเหมือนกันแฮะ แต่มองยังไงส่วนตัวแล้วผมชอบครับ รูปร่างรูปทรงสปอร์ตน้อยๆ แต่ยังเน้นการใช้งานแบบครอบครัว คือยังคงเป็นรถ 4 ประตู เอาไว้อย่างนี้ แจ่มครับ

จุดเด่นของบีเอ็มฯ X1 ก็คือ การผนวกรวมคุณสมบัติที่โดดเด่นของรถยนต์อเนกประสงค์ ไม่ว่าจะเป็น ความบึกบึน ความสูงใต้ท้องรถ และตำแหน่งนั่งขับที่สูงกว่าปกติ รวมเข้ากับคุณสมบัติของรถยนต์แบบสปอร์ตซาลูน เช่น โอเวอร์แฮงสั้น ฐานล้อยาว เอาไว้ในคันเดียวกันครับ

แม้ว่าเจ้าบีเอ็มฯ X1 จะเป็นรถครอสโอเวอร์ที่ขนาดเล็กที่สุดของบีเอ็มฯ แต่ก็ไม่ได้เล็กอะไรมากมายนะครับ แต่ต้องใช้คำว่ากะทัดรัดมากกว่า เพราะด้วยความยาวตัวรถ 4.45 เมตร ความยาวฐานล้อ 2.76 เมตร นั้นถือว่าเพียงพอสำหรับการใช้งานแล้วครับ

หน้าตาของบีเอ็มฯ X1 นั้นไม่ค่อยจะลุยอะไร|มากมายเท่าไหร่นัก แต่ไม่ต้องห่วงครับ เอาไปลุยสบายๆ ไม่มีปัญหา ถ้าไม่ใช่ทางขี้เลน ขี้โคลนมิดล้อ เจ้า X1 นี้ลุยถึงไหนถึงกันครับ ไม่อย่างนั้นคงไม่ได้รับรางวัล Off-Road of the Year Award ประเภทรถยนต์อเนกประสงค์ครอสโอเวอร์ จากนิตยสาร Off Road ประเทศเยอรมนี มาครองเมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมาหรอก



แต่ว่าใครจะใจร้ายเอาเจ้ารถบีเอ็มฯ X1 นี้ไปลุยขนาดนั้น ก็ต้องขอดูหน้าหน่อยละ ถ้าขับขึ้นเขาไปนั่งทานกาแฟแบบชิลชิลจะเหมาะกว่า

ภายนอกถือว่าดูดีไม่น้อย แต่อาจจะไม่ถูกใจสำหรับคอฮาร์ดคอร์ที่อยากคุ้นตากับออฟโรดพันธุ์ดุ อย่าง X5 ที่แสนจะบึกบึน แต่เจ้า X1 นี้เอาไว้ขับในเมือง แถมเที่ยวนอกเมืองแบบลุยเล็กๆ ก็พอแล้ว เพราะเครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 2.0 ลิตร ที่ติดอยู่ในห้องเครื่องนั้นแหล่มมั่กๆๆ

ภายในของ X1 นั้น ต้องคงความเป็นบีเอ็มฯ ไว้อย่างเหนียวแน่น มาตรวัด หรือปุ่มควบคุมต่างๆ อยู่ในตำแหน่งเดิมๆ ทั้งนั้น ซึ่งเมื่อก้าวขึ้นไปนั่งภายในห้องโดยสารความรู้สึกแรกที่สัมผัสได้คือ ความสูงของเบาะนั่ง ที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับบีเอ็มฯ รุ่นปกติ ซึ่งก็ดีครับทำให้ทัศนวิสัยในการขับขี่นั้นดีขึ้นไม่น้อยทีเดียว

เสียบกุญแจ กดปุ่มสตาร์ต เสียงเครื่องยนต์ดีเซลดังกระหึ่มขึ้นมาทันที แต่ไม่สนใจครับ แม้ว่าเสียงเครื่องยนต์จะดัง แต่เมื่ออยู่ในห้องโดยสารแล้ว ก็เหมือนอยู่ในโลกส่วนตัวที่มีเสียงเพลงที่มาจากเครื่องเสียงที่ติดมากับตัวรถขับกล่อมก็พอแล้ว แล้วจะไปแคร์กับเสียงเครื่องดังทำไม ในเมื่อเราไม่ได้ยิน หุหุ

กวาดสายตามองภายในห้องโดยสาร พร้อมสำรวจการใช้งานฟังก์ชันต่างๆ เริ่มจากพวงมาลัย แบบมัลติฟังก์ชัน ที่กลายเป็นอุปกรณ์มาตรฐานของรถยนต์บีเอ็มฯ ไปเสียแล้ว แผงหน้าปัดเดิมๆ กับมาตรวัดความเร็ว มาตรวัดรอบเครื่องยนต์ จอแสดงผลอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง ฯลฯ เหลือบไปทางซ้ายบริเวณแดชบอร์ด ก็เห็นเครื่องเสียงที่ต้องบอกว่าเป็นรุ่นธรรมดาครับ ไม่มีจอทีวี ดีวีดี เนวิเกเตอร์ มาด้วย น่าจะเป็นเพราะเป็นรถนำเข้า หากติดอุปกรณ์เสริมเหล่านี้เพิ่มมาราคาคงเพิ่มไปอีกโขทีเดียว

ทำให้บริเวณแดชบอร์ดด้านหน้าที่ต้องเป็นจอทีวี กลายเป็นช่องเก็บของเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งก็ดูดีไปอีกแบบครับ



เบาะหน้า เบาะหลัง กว้างขวางใช้ได้ครับ ไม่อึดอัดอะไรมากนัก ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากความสูงของห้องโดยสารที่สูงกว่ารถยนต์แบบซีดาน เลยทำให้ห้องโดยสารของ X1 ออกจะโปร่งๆ ยิ่งได้เบาะหนังสีเบจ ยิ่งทำให้ดูกว้างขวางเข้าไปใหญ่ เอาเป็นว่าจะนั่ง 4 หรือ 5 คน ก็ตามใจครับ ไม่มีปัญหา ไปได้แบบสบายๆ แถมพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังก็เพียงพอที่จะขนกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ๆ ได้อีก 2-3 ใบ สบายๆ

ขยับเกียร์จากเกียร์ P มายังตำแหน่ง D เพื่อจะพิสูจน์เครื่องของ BMW X1 sDrive20d ว่าเครื่องดีเซล 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร ที่บีเอ็มฯ บอกว่าเป็นหนึ่งในเทคโนโลยี Efficient Dynamics คือสามารถตอบสนองทั้งในเรื่องของสมรรถนะ ความประหยัดน้ำมัน และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมนั้นเป็นอย่างไร

ทันทีที่ออกตัว ผมรู้สึกว่าตื้อๆ เหมือนกันครับ ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากน้ำหนักของตัวรถที่น่าจะมากกว่ารุ่นซีดาน เพราะเครื่องยนต์ตัวนี้ใส่ในซีรีส์ 3 และซีรีส์ 5 เลยทำให้ออกตัวตื้อไปนิด แต่พอตัวรถเขยื้อนออกไปแล้วก็ไม่มีปัญหาครับ ม้าที่มีอยู่ 177 ตัว และแรงบิดสูงสุดที่ 350 นิวตัน-เมตร ที่รอบเครื่องยนต์แค่ 1,750 -3,000 รอบต่อนาที ก็สำแดงฤทธิ์เดชออกมาทันที

อัตราเร่งที่ทำให้หลังติดเบาะได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่คุณเพิ่มน้ำหนักเท้าไปที่คันเร่ง และอาการหลังติดเบาะก็สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกย่านความเร็วที่ต้องการเร่งแซง แต่ขอให้ไม่เกิน 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมงนะครับ เพราะหากความเร็วเกินกว่านี้ คิกดาวน์ขึ้นเล็กน้อยครับ เรียกว่าอยากแซงเมื่อไหร่ กดไปเลยหลังติดเบาะแน่ๆ

หรือถ้าชอบแบบสะใจหน่อย ก็เปลี่ยนเกียร์จาก D มาเป็นแบบสปอร์ต คือเปลี่ยนเกียร์ขึ้น-ลง ตามใจชอบให้สัมพันธ์กับความเร็วและรอบเครื่องยนต์ ซึ่งเราสามารถลากรอบเครื่องยนต์ได้อย่างสะใจกันเต็มที่ ลากกันไปตั้งแต่เกียร์ 1-เกียร์ 6 แล้วแต่ใจปรารถนา

ซึ่งผมเองไม่ได้จับเวลาอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ว่าเป็นเท่าไหร่ แต่ตามสเปกบอกว่า 8.3 วินาที ซึ่งผมว่าเร็วไปหน่อย ถ้าการใช้งานจริงน่าจะอยู่ที่ 9 วินาทีกว่าๆ ซึ่งก็เหลือเฟือเหลือเกิน สำหรับการใช้งานจริง เพราะคงไม่มีใครขับใช้งานจริงเร่งจาก 0-100 แบบกระทืบคันเร่งไม่มีถอนหรอกครับ นอกจากเวลาหนีภรรยา เวลาถูกจับอะไรได้สักอย่างนั่นแหละ อัตราเร่งจาก 0-100 ถึงมีความจำเป็น

ความเร็วที่ผมใช้เฉลี่ยนั้นอยู่ที่ระดับประมาณ 130-150 กม./ชม. เพื่อดูว่าอัตราการสิ้นเปลืองเป็นเท่าไหร่ ก็ปรากฏว่าอยู่ระดับประมาณ 13-15 กม./ลิตร ขณะที่ตามสเปกระบุว่าอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยอยู่ที่ 16.4 กม./ลิตร แต่ผมว่าแค่ 13 กม./ลิตร กับความเร็วและความหนักหน่วงในการขับของผมแค่นี้ก็ปรบมือให้แล้วครับ น่าประทับใจจริงกับความประหยัด ไม่มีอะไรข้องใจกับความประหยัดและความแรง

คราวนี้หันมาที่สมรรถนะในเรื่องของการทรงตัวหน่อยดีกว่า ซึ่งบีเอ็มฯ X1 ยังคงให้ความรู้สึกหนึบหนับของช่วงล่างเป็นอย่างดี เพราะระบบแชสซีที่การกระจายน้ำหนักอย่างสมดุลหน้า-หลัง 50:50 และระบบขับเคลื่อนล้อหลัง ทำให้ บีเอ็มฯ X1 กลายเป็นรถที่ขับสนุกมากๆ คันหนึ่ง เพราะช่วงล่างและพวงมาลัยที่แสนจะแม่นยำครับ เข้าโค้งกันไปแบบเต็มๆ ครับ สำหรับผมไม่มียั้งอยู่แล้ว ไว้ใจได้

ถามว่าน่าใช้หรือเปล่า น่าใช้ครับ แต่เมื่อมองราคาว่าอยู่ที่ 3,399,000 บาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และโปรแกรม BSI BMW Service Inclusive 5 ปี/1 แสนกิโลเมตร คงไกลเกินเอื้อมแล้วครับ


News ออฟไลน์   ตอบโดยอ้างอิงถึงข้อความ
กดเพื่อโพสต์ตอบหัวข้อนี้
เครื่องมือจัดการหัวข้อ
การแสดงข้อความ

สิทธิ์ในการโพสต์ของคุณ
เลือกเมนูลัด

สินค้าที่น่าสนใจ




Powered by vBulletin® Copyright ©2000 - 2014, Jelsoft Enterprises Ltd.
All Rights Reserved ©2009 - 2014, MatchingCar.Com® Contact&SMS 08 5154 5445 Messenger:matchingcar[at]live.com





  Page Rank ip lookup Yahoo bot last visit powered by MyPagerank.Net Msn bot last visit powered by MyPagerank.Net

myspace profile visitors

no new posts